เกิดถูกยุคก็ได้เปรียบ! เปิดเหตุผล Zillennials อาจเป็น Gen โชคดีที่สุดในโลกทำงาน
คนที่เกิดในช่วง ค.ศ. 1993 -1998 หรือที่เรียกว่า “Zillennials” กำลังเป็นกลุ่มที่โชคดีที่สุดในโลกการทำงานจริงหรือ ? เมื่อพวกเขาโตพอที่จะเห็นโลก Analog และเข้าสู่วัยทำงานในยุค AI
“Zillennials” Micro-generation โชคดีที่สุดในตลาดแรงงาน ซึ่งเเกิดระหว่างปีค.ศ. 1993 - 1998 โดยเป็นกลุ่มคนที่เเกิดระหว่างปลาย Millennials และต้น Gen Z ซึ่งตามความเห็นของ Fortune คนกลุ่มนี้มีลักษณะคล้าย Xennials เพราะสามารถเข้าใจเทคโนโลยีได้ทั้งจากมุมของโลกก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และที่น่าสนใจคือพวกเขาอาจมีจังหวะทางเศรษฐกิจที่เอื้อกว่าคนรุ่นใกล้เคียงกันด้วย
ประเด็นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการตั้งชื่อ Generation แต่เกี่ยวข้องกับคนอีก Generation หนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้นในห้องเรียนระดับมัธยมต้นในปัจจุบัน และกำลังเติบโตขึ้นหลังเส้นแบ่งสำคัญที่เเกิดจาก AI
Zillennials โตมากับโลก 2 แบบ
ซึ่งกลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบบางอย่างทางความคิด คือ คนคนหนึ่งเรียนรู้ที่จะคิดผ่าน “ภาษาทางเทคโนโลยีสองภาษา” หมายถึงการมีอายุมากพอที่จะจำได้ว่าโลกก่อนที่จะถูกเทคโนโลยีกลืนกิน (Technology Disruption) เป็นอย่างไร แต่ยังเด็กพอที่จะเรียนรู้โลกใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่สมองมีความยืดหยุ่นสูง
Zillennials จึงเป็นกลุ่มที่สะท้อนข้อได้เปรียบนี้ได้ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะการที่พวกเขาเเกิดประมาณปี 1993 - 1998 จึงมีวัยเด็กที่ยังมี Physical Media เช่น แผ่น CD, DVD, Blu-ray, แผ่นเสียง (Vinyl), ตลับเทป, ตลับเกม หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือเล่ม ไปจนถึงการใช้แฟลชไดรฟ์ (USB) Desktop Computer แต่เมื่อเข้าสู่วัยที่สร้างอาชีพกลับได้พบกับ สมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มต่างๆ และ AI ดังนั้นพวกเขาจึงมีประสบการณ์ทั้งโลกก่อนและหลังเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามา ซึ่งทำให้พวกเขาได้เปรียบในโลกของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป
AI ยิ่งทำให้ข้อได้เปรียบนี้น่าสนใจขึ้น
ข้อมูลจาก PwC Global AI Jobs Barometer บอกว่า คนทำงานที่มีทักษะ AI มีค่าจ้างสูงกว่าคนในอาชีพเดียวกันที่ไม่มีทักษะ AI ถึง 62% ทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2024ขณะเดียวกัน งานระดับเริ่มต้น (Entry-level) ในอาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI สูง มีแนวโน้มต้องการทักษะระดับหัวหน้า (Senior) เช่น การที่ต้องใช้การตัดสินใจ , การวิพากษ์วิจารณ์ และ การดีลธุรกิจที่มีส่วนได้ส่วนเสีย มากขึ้นถึง 7 เท่า
ปรากฏการณ์นี้เคยเเกิดขึ้นมาก่อน กับ Xennials
Xennials คือ กลุ่มคนรุ่นย่อย (Micro-generation) ที่เเกิดในช่วงรอยต่อระหว่าง Generation X (ปลายยุค 70) กับ Generation Y หรือ Millennials (ต้นยุค 80) โดยทั่วไปนักวิจัยกำหนดปีเเกิดไว้อยู่ในช่วง ค.ศ. 1977 ถึง 1983 ซึ่งในช่วงนั้น คือ การเปลี่ยนผ่านจาก โลก Analog ไปสู่ อินเทอร์เน็ต อย่างโทรศัพท์บ้าน สารานุกรมแบบเล่ม และเข้าสู่ผู้ใหญ่ในช่วง ธุรกิจอินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามา
ทำให้ช่วงวัยพัฒนาการของพวกเขาเเกิดขึ้นพร้อมกับ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล พอดี พวกเขาจึงมีทั้งวิธีคิดแบบโลก Analog ที่เน้นโครงสร้างและความรอบคอบ ขณะเดียวกันก็สามารถซึมซับดิจิทัลได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ข้อได้เปรียบสำคัญคือ พวกเขารู้จักโลกที่ไม่มีเครื่องมือนั้นมาก่อน จึงสามารถประเมินได้ว่าเครื่องมือใหม่ช่วยอะไรและควรนำมาใช้เมื่อใด
ซึ่ง Zillennials กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่มีโครงสร้างคล้ายกับ Xennials แต่เเกิดขึ้นอีกหนึ่ง Generation ต่อมา
Zillennials โตทันทั้ง Desktop Internet และ สมาร์ตโฟน
เพราะคนเกิดช่วงกลางทศวรรษ 1990 มีวัยเด็กที่ได้รับอิทธิพลจาก Desktop Internet และการเล่นแบบ Physical ก่อนที่ สมาร์ตโฟน จะกลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายไอโฟน เปิดตัวในปี 2007 ซึ่งในเวลานั้น Zillennials รุ่นโตที่สุดมีอายุประมาณ 12–13 ปี
จึงเป็นวัยที่ เด็กพอที่จะเรียนรู้สมาร์ตโฟน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่โตพอที่จะจำได้ว่าโลกก่อน สมาร์ตโฟน เป็นอย่างไร และเมื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน Zillennials เริ่มสร้างอาชีพในช่วงปลายทศวรรษ 2010 และปัจจุบันอยู่ในช่วงปลาย 20 ถึงต้น 30 ปี
ที่นี่มาพูดถึงการเข้ามาของ Generative AI ซึ่งเข้าสู่กระแสหลักอย่างรวดเร็วในช่วง 2022–2023 และกำลังเปลี่ยนแปลงงานกลุ่มมนุษย์เงินเดือน พนักงานออฟฟิศ ในความเร็วที่ทำให้นึกถึงยุคแรกของอินเทอร์เน็ต ทำให้คนที่มีโอกาสได้ประโยชน์จาก AI ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ “Digital Native” ที่สุด แต่เป็นคนที่สามารถ สั่งและตีความผลลัพธ์ของ AI ได้ตามบริบทต่างๆ ที่เเกิดขึ้น ภายใต้ความเข้าใจโลกใหม่ และยังจำได้ว่าโลกก่อน AI เครื่องมือเป็นอย่างไร
มาดูมิติทางเศรษฐกิจกันบ้าง โดยเฉพาะในตลาด “แรงงาน”
ถ้าย้อนไปคำถามแรกว่า "Zillennials" Micro-generation โชคดีที่สุดในโลกการทำงานจริงหรือ ? ก็ต้องกลับมาดูที่จังหวะของคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าพวกเขาจะสามารถใช้ข้อได้เปรียบนั้นได้หรือไม่
งานวิจัยของ Jesse Rothstein จาก NBER ในปี 2020 พบว่าสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในช่วงเริ่มต้นอาชีพสามารถส่งผลถาวรต่อโอกาสในการมีงานทำ โดยค่าจ้างค่อย ๆ ลดลงเมื่อเข้าสู่วัย 30 ต้น ๆ และทำให้ผลกระทบต่อการจ้างงานนั้นยังคงอยู่แม้เศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนจบมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ตั้งแต่กลุ่มที่เข้าสู่ตลาดแรงงานประมาณปี 2005 เป็นต้นมา ซึ่งหากเปรียบเทียบว่า กลุ่ม Core Millennials ซึ่งเเกิดช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานท่ามกลางวิกฤตการเงินปี 2008 Core Gen Z ซึ่งเเกิดช่วงต้นทศวรรษ 2000 ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงที่ COVID-19 ทำให้ตลาดแรงงานได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกัน
ทั้งสองกลุ่มจึงมี “บาดแผลจากจังหวะเริ่มต้นอาชีพ” ที่อาจติดตัวไปในเส้นทางการทำงาน แต่ Zillennials อยู่ในจังหวะที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย คือคนที่อายุมากที่สุดในกลุ่มนี้สามารถสร้างฐานอาชีพได้ก่อนที่ COVID-19 จะเกิดขึ้น
จังหวะเศรษฐกิจอาจเข้าข้าง Zillennials?
ซึ่งสอดรับกับ ข้อมูลของ The Economist ซึ่งรายงานในปี 2024 ว่า ครัวเรือนของคน Gen Z อายุ 25 ปีโดยทั่วไปมีรายได้สูงกว่า เบบี้บูมเมอร์ (เเกิด ค.ศ. 1946 -1964) ในวัยเดียวกันมากกว่า 50% และ ถ้าดูที่กลุ่ม Zillennials ซึ่งอยู่ในช่วงที่ค่าจ้างช่วงเริ่มต้นอาชีพกำลังเติบโต อาจกำลังสะสมข้อได้เปรียบนี้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม คำว่า “Zillennials คือ Generation ที่โชคดีที่สุดในโลกการทำงาน” อาจยังเร็วเกินไปที่จะฟันธง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ คนกลุ่มนี้กำลังอยู่ตรงจุดตัดของโลก Analog / อินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน และ AI และยังมีจังหวะการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่แตกต่างจาก Millennials และ Gen Z บางส่วน
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำให้ Zillennials น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ “เกิดถูกปี” แต่คือการเป็นคนรุ่นที่ จำโลกก่อนเทคโนโลยีได้ และกำลังทำงานอยู่ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และในยุค AI ความสามารถในการเข้าใจ “ทั้งสองโลก” อาจกลายเป็นทักษะที่มีมูลค่ามากกว่า
ที่มา : fortune
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB